เมื่อ 30 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
ศาลอาญามีคำสั่งให้ประกันตัวนายวีระ มุสิกพงศ์
ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)
ผู้ต้องหาคดีร่วมกันใช้ หรือสนับสนุนผู้อื่นกระทำความผิดฐานก่อการร้าย
ตามที่ได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์ของประกันตัว โดยตีราคาหลักทรัพย์ประกันตัว 6
ล้านบาท จากเดิมที่ทนายยื่นไป 3 ล้านบาท
และศาลยังมีคำสั่งห้ามนายวีระร่วมกับกลุ่มบุคคลชุมนุมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป
เว้นแต่จะเป็นการอยู่กับกลุ่มญาติ ห้ามเดินทางออกนอกประเทศและกรุงเทพฯ
โดยให้เข้ารายงานตัวทุก 15 วัน
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ บริเวณหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ว่า
เมื่อเวลา 15.00 น. นายคารม พลทะกลาง ทนายความกลุ่มนปช.
เดินทางมาที่เรือนจำฯ และให้สัมภาษณ์ว่า
วันนี้เดินทางมาเพื่อแจ้งข่าวการได้ประกันตัวของนายวีระ ให้นายณัฐวุฒิ
ใสยเกื้อทราบ พร้อมทั้งแจ้งและปรึกษาถึงการประกันตัวแกนนำคนอื่นๆ
โดยในวันที่ 3 ส.ค. นี้ จะมีการยื่นประกันตัว นายก่อแก้ว พิกุลทอง
และนพ.เหวง โตจิราการ ก่อน และค่อยๆ ทยอยประกันไปเรื่อยๆ โดยนายณัฐวุฒิ
จะเป็นคนสุดท้ายที่ได้ประกัน
ทนายกล่าวว่า ต้องพยายามหาเงินประกันคนละหกล้านบาท ให้ครบทุกคน
แต่วันนี้ได้ตั้งข้อสังเกตว่า มีการฝากขังผลัดที่ 4 และคัดค้านการประกันตัว
โดยให้เหตุผลว่ายังมีพยานอีก 10 ปากที่ยังไม่ได้สอบ
แต่ดีเอสไอกลับสั่งฟ้องไปก่อน ทั้งที่ยังสืบพยานไม่เสร็จสมบูรณ์
และตามประมวลกฎหมายวิอาญา ถ้าครบ 48 วันสามารถคัดค้านการฝากขังได้อยู่แล้ว
จึงเห็นได้ว่า นี่คือกระบวนการลุกลี้ลุกลน
ต่อมาเวลา 16.00 น. นายธัญญ์นิธิ อักษรสิทธิจิรา
ที่ปรึกษากฏหมายของนายวีระ เดินทางมาที่เรือนจำ พร้อมกับให้สัมภาษณ์ว่า
การประกันตัวของนายวีระแบ่งเป็นสองคดีคือ การชุมนุมเกิน 5 คนเงินประกัน 6
ล้านบาท ส่วนอีกคดีหนึ่งคือ บุกบ้านพล.อ.เปรม ที่ครบกำหนดพอดี จำนวนเงิน 2
แสนบาท โดยการปล่อยตัวครั้งนี้ศาลมีคำสั่งคือ 1. ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ
2. ห้ามเกินทางออกจากกทม. 3.ห้ามชุมนุมหรือยั่วยุให้เกิดความวุ่นวาย
และน่าจะออกจากเรือนจำได้ในเวลาไม่เกิน 18.00 น.
จากนั้นเวลา 17.15 น. นายวีระเดินทางออกจากเรือนจำแล้ว โดยมีลูกชายมารับ