|

ตะลึงโจรเจาะกะโหลกศีรษะย่าโมเอาทองคำ แถมยังขูดตามร่างกาย พร้อมตัดชิ้นส่วนไปทำวัตถุมงคล ผู้ว่าฯ โคราชรู้ข้อมูลถึงกับตกใจ สั่งตั้งคณะกรรมการบูรณะด่วนมาก ขณะที่แกนนำกลุ่มรักย่าโมเชื่อฝีมือผู้รับเหมาบูรณะครั้งก่อน หรือไม่ก็พวกหากินอยู่บริเวณอนุสาวรีย์ วอนให้เป็นอุทาหรณ์แก่ที่อื่นๆ ด้วย
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 7 พฤษภาคม ระหว่างการประชุมสรุปการจัดงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี (ย่าโม) ประจำปี 2551 และเตรียมการจัดงานต่อในปีหน้า ที่ห้องประชุมวีไอพี ชั้น 3 อาคารศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีนายสุธี มากบุญ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาเป็นประธาน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรภาคเอกชน กว่า 50 คน เข้าร่วมประชุม เมื่อถึงระเบียบวาระที่ 4 เรื่องการบูรณะซ่อมแซมอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี พล.ท.อิสระ วัชรประทีป นายทหารนอกราชการ ได้ฉายสไลด์มัลติวิชั่น ภาพถ่ายรูปปั้นท้าวสุรนารีขณะที่มีการบูรณะในช่วงก่อนการจัดงานประมาณต้นเดือนมีมาคม โดยมีนายปรีชา คงภักดี อดีตอาจารย์คณะศิลปกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน แกนนำกลุ่มรักย่าโม เป็นผู้บรรยาย
ภาพสไลด์มัลติวิชั่นดังกล่าวชี้ให้เห็นว่ารูปปั้นย่าโมที่อยู่บนอนุสาวรีย์กลางใจเมือง กำลังทรุดโทรมอย่างหนัก เหมือนคนเจ็บป่วยต้องการการเยียวยาดูแลรักษาด่วน และสิ่งที่ทำให้ผู้ร่วมประชุมถึงกับตกใจคือ รูปปั้นย่าโมที่มีทองคำเป็นส่วนผสมถูกลักลอบเจาะบริเวณส่วนศีรษะ เพื่อดูดเอาทองคำออก ส่วนตามร่างกายมีร่องรอยการใช้แปรงโลหะขัดออกจนผุกร่อน บางส่วนถูกขัดจนเป็นริ้วรอยแหว่ง ผิวไม่เสมอกัน

หลังจากทราบข้อมูลดังกล่าว ที่ประชุมได้หารือกันอย่างเคร่งเครียดประมาณ 2 ชั่วโมง ผู้ว่าราชการจังหวัดจึงปิดประชุม โดยเสนอให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นทำการบูรณะ พร้อมกับการบูรณะพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ที่ตั้งอยู่บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา
นายศักดิ์ชัย พจน์นันท์วานิชย์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 12 นครราชสีมา กล่าวว่า ขั้นตอนการบูรณะจะต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญจากกรมศิลปากรมาดำเนินการ ซึ่งจะเริ่มจากนักวิทยาศาสตร์ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญมาตรวจสอบความเสียหายก่อน เพื่อกำหนดแนวทางในการอนุรักษ์ให้คงสภาพเดิม และมีความสมบูรณ์ที่สุด จากนั้นจะต้องกำจัดสนิมที่อยู่ข้างใน เพื่อไม่ให้เกิดการลุกลามของสนิม
นายปรีชา คงภักดี อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน แกนนำกลุ่มรักย่าโม กล่าวว่า หลังจากได้รับการว่าจ้างจากสำนักงานเทศบาลนครนครราชสีมาให้มาล้างรูปหล่ออนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ที่ไม่ได้ล้างมานานกว่า 7 ปี โดยเริ่มดำเนินการเมื่อช่วงเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา ก่อนการจัดงานย่าโมที่มีขึ้นในวันที่ 23 มีนาคมของทุกปี ก็พบว่านอกจากต้องประสบกับสิ่งปฏิกูลทางอากาศ และสภาพอากาศที่แปรปรวนเป็นเวลานานถึง 77 ปี ทำให้สึกกร่อนเสียหายไปตามธรรมชาติ ก็ยังมีปัญหาอีกอย่างหนึ่งที่มีส่วนทำให้รูปหล่อย่าโมเสื่อมสภาพทรุดโทรมเร็วคือพวกมิจฉาชีพ ที่มาทำลายรูปหล่อคุณย่าโม โดยการตัด ขูด เจาะ งัดแงะ เพื่อนำชิ้นส่วนของรูปหล่อย่าโมไปสร้างจัดทำวัตถุมงคลด้วย

"โครงสร้างของรูปหล่อย่าโม ซึ่งเป็นโลหะสัมฤทธิ์ที่มีเนื้อทองคำผสมอยู่ ถึงจะมีอยู่ไม่ถึงร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็มีมูลค่าสูงพอสมควร เมื่อผู้รับเหมาที่รับจ้างทำความสะอาดและบูรณะ ขัดรูปหล่อย่าโมออกมาจะเป็นสีทองดอกบวบ ที่ผ่านมาความเสียหายที่เกิดขึ้นเกิดจากฝีมือของมนุษย์โดยตรง หลักฐานชัดเจนก็ตรงกะโหลกศีรษะที่มีการลักลอบเจาะ ซึ่งน่าจะเกิดในยุคสมัยที่ยังไม่ได้ยกฐานขึ้นให้สูงดังเช่นปัจจุบัน คือเมื่อกว่า 10 ปีที่ผ่านมา" นายปรีชากล่าว
นายประชากล่าวอีกว่า ผู้ต้องสงสัยในสมัยนั้นก็คือผู้รับเหมาบูรณะรูปหล่อย่าโม และผู้ที่หากินอยู่ภายในบริเวณลานอนุสาวรีย์ เมื่อมีร่องรอยการทำลายแล้วบาดแผลที่ถูกทำลายนั้นจะขยายเป็นวงกว้าง เมื่อสัมผัสความชื้นอาจจะทำให้รูปหล่อย่าโมพังทลายในที่สุด เรื่องนี้ต้องขอขอบคุณจังหวัดนครราชสีมา ที่รับทราบข้อมูลแล้วมิได้นิ่งนอนใจ มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดำเนินการทันที ตนหวังว่าการบูรณะครั้งนี้จะเป็นบทเรียนให้แก่รูปปั้นในประเทศไทยที่ยังคงถูกละเลยอยู่ หรือดูแลรักษาไม่ทั่วถึงด้วย
ทั้งนี้ อนุสาวรีย์ท้าวสรุนารี หรืออนุสาวรีย์ย่าโม ประดิษฐานอยู่ที่หน้าประตูชุมพลตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2477 อนุสาวรีย์เป็นรูปหล่อทองแดงรมดำ สูง 1.85 เมตร น้ำหนัก 325 กิโลกรัม ประดิษฐานอยู่บนไพทีสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง สูง 2.5 เมตร รูปหล่อท่านท้าวสุรนารีตัดผมทรงดอกกระทุ่ม แต่งกายด้วยเครื่องยศพระราชทาน มือขวากุมดาบ ปลายดาบจรดพื้น มือซ้ายท้าวสะเอว หันหน้าไปทางทิศตะวันตก ซึ่งเป็นที่ตั้งของกรุงเทพฯ และมีการบูรณะครั้งใหญ่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2510 อนุสาวรีย์นี้เป็นที่เคารพสักการะของชาว จ.นครราชสีมา และประชาชนทั่วไป
ที่มาจาก
คมชัดลึก |